คาดว่าน่าจะได้ประมาณ 1.5 - 2 เดือน หวะ แต่อะไรๆก้ยังไม่แน่ ส่วน benefit อื่นๆ ก็ตามเิดิม ค่าพาหนะ ,โทรศัพท์, เบี้ยขยัน, ประกันสุขภาพ, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
แต่มีเรื่องจะเเชร์อีกเรื่อง ไม่รู้มีใครคิดเหมือนผมบ้างคือว่า ผมลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ซึ่ง บ.จะหักเรา และสมทบให้ในส่วนของบริษัทเท่ากับที่หักไป ทุกๆเดือน) ด้วยเหตุผล
1. ไม่ไว้วางใจกับ บ.ที่จัดการกองทุน ที่บริษัทตรูไปใช้บริการ ว่าจะรอดจากวิกฤตการเงินที่ตอนนี้กำลังคืบคลานเข้ามาในเวลากันใกล้นี้หรือป่าว เพราะคิดว่าถ้า บ.ที่จัดการกองทุนมันล้มเหมือนปี 40 เงินที่สะสมมาหลายปีน 0 เลยครับท่าน (อย่าไปหวังฟ้องร้อง เป็นคดีเลยนะครับ - เพราะคุณจะเจอกับคำว่า
ไม่มี ไม่หนี ไมจ่าย)
2. เงินอยู่ในมือเรายังไงก็อุ่นใจกว่า อย่าน้่อยที่สุดฝากธนาคารกินดอกเบี้ยนิดหน่อยก็ยังดีกว่า ถ้าแบบว่าวิกฤตสุดๆถึงกับธนาคารล้ม ก็ยังมีรัฐบาลเป็นประกัน account ละไม่เกิน 1 ล้านบาทอยู่ ภายใน 5 ปีนี้
3. เงินที่ได้จากการลาออกจากกองทุน เราสามารถมาทำประโยชน์ที่อาจได้มากกว่าการไปอยู่ในกองทุน เช่น การซื้อขายทองคำ (อันนี้แนะนำว่าต้องเป็นเงินเย็นนะถึงจะชิวๆ..อิอิ) หรือไม่ก็ขายเต้าทึง น้ำโหล ซึ่งคิดว่าขายทั้งปีน่าจะได้มากกว่าอยู่กองทุน
4. สิ่งที่ต้งเสียไป เงินปันผลที่ได้จากกองทุน (น้อยมาก) , เงินส่วนที่สมทบของบริษัท (อันนี้มากหน่อย), สิทธิลดหย่อยภาษี ทั้ง 3 อย่างที่ต้องเสียไปนี้ ถ้าเราทำอย่างในข้อ 3 ข้างบนสำเร็จ เราก็ได้ทั้งความอุ่นใจ และก็ผลประโยชน์ตอบแทนที่มากกว่า
ใครคิดแบบเดียวกับผมบ้างลองเข้ามาเเชร์กันบ้างนะไอ้นั้ม ... ไม่ใส่รูปหน่อยเหรอ ชีวิตจะได้มีสีสันหน่อยยยเพื่อน...เหอ่ๆ
